วิชาการดอทคอม ptt logo

ได้โปรดช่วยเราแปลทีค่ะ T-T

โพสต์เมื่อ: 18:03 วันที่ 3 ส.ค. 2548         ชมแล้ว: 103,926 ตอบแล้ว: 95
วิชาการ >> กระทู้ >> วิทยาศาสตร์
พระเสด็จลดเลี้ยวเที่ยวชม มีมโนภิรมย์แจ่มใส
เปลวปล่องท้องถ้ำอำไพ พิ้นลาดดาดไปด้วยเงินงาม

เพดานดาราระย้าย้อย ทองทับประดับพลอยเรือนอร่าม
อัจกลับแก้วมณีอัคคีตาม สว่างวามแวววับจับจินดา

มีชะวากวุ้งเวิ้งเป็นเชิงชั้น ล้วนทองคำทำคั่นกั้นฝา
ฉลักรูปสิงห์สัตว์นานา ดุนเด่นออกมาเหมือนจริง

ทั้งเนื้อนกดังเป็นเห็นประหลาด พฤกษาชาติเหมือนกะไหวไกวกิ่ง
อันรูปเสือสีห์หมีกระทิง เหมือนจะย่างว่างวิ่งเวียนวน


เนี่ยอ่ะค่ะ จากหนังสือวรรณสารศึกษา ม.4 อ่ะค่ะ กาญจนคูหาไรเนี่ย


ayachiloz(58.10.143.174,,)





จำนวน 92 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 3 ส.ค. 2548 (18:17)
ช่วยๆแปลทีนะคะ อันนี้ ร.2 เปง คนแต่งนะคะ
ayachiloz (IP:58.10.143.174,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 17 ส.ค. 2548 (19:25)
อิเหนาเดินชมถ้ำทองซึ่งมีทางลดเลี้ยว อิเหนาเที่ยวชมรอบๆถ้ำด้วยความร่าเริงแจ่มใส พื้นของถ้ำนั้นปูด้วยเงิน เมื่อมีแสงส่องลงมาทางปากถ้ำแล้วกระทบพื้น พื้นของถ้ำก็จะสว่าง ราวกับมีดวงดาวคอยส่องแสง ตัวของถ้ำเปรียบเหมือนประดับด้วยเพชรกับพลอย เมื่อโคมไฟที่ทำด้วยทองเหลืองสว่างขึ้น แก้วหินสีแดงก็ระยิบระยับดูเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ทางเดินถ้ำมีช่องที่เวิ้งว้างเข้าไป ที่กั้นฝาภายในถ้ำทำด้วยทองคำ ผนังก็ถูกสลักให้เป็นรูปสัตว์นานาชนิดที่เหมือนจริง เมื่อเห็นแล้วทำให้แปลกตา ต้นไม้ก็ไหวไปตามกระแสลม และเหมือนมีพวกสัตว์ต่างๆมาเดินเล่นวิ่งเล่นกัน





เราก็ได้แค่นี้อ่ะ จะดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้นะ ลองพิจารณาดูเอามีไรส่งเมล์มาแล้วกันนะ
variya_4@hotmail.com (IP:203.151.140.118,203.113.41.43,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 มิ.ย. 2549 (20:28)
ขอบคุณค่ะที่ช่วยแปลให้
may_potter660@hotmail.com (IP:58.136.194.235,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 22 มิ.ย. 2549 (20:34)
เพราะหา กาญจนคูหา ไม่ได้เลย มีที่นี่ที่เดียว

เรียนอยู่ ม.4/1
may_potter660@hotmail.com (IP:58.136.194.235,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 28 มิ.ย. 2549 (18:56)
ใครเป็นผู้แต่งครับถ้ารู้ส่งไปที่ NUTDAYNET@hotmail.com
NUTDAYNET@hotmail.com (IP:124.157.183.123,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 30 มิ.ย. 2549 (19:23)
ขอบคุณมากๆๆเลยนะค่ะที่ช่วยแปลให้เป็นพระคุณอย่างสูงนะค่ะขอบคุณค่ะ แอดมาได้ที่นี่นะค่ะ avernus_lavinia@hotmail.com
avernus_lavinia@hotmail.com (IP:210.86.147.24,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 1 ก.ค. 2549 (22:20)
ใครช่วยบอกคุณค่าทางวรรณคดี ของกลอนบทนี้ให้ด้วยครับ

และก็ลักษณะการเขียนด้วย จะขอบคุณมากๆเลยคร้าบบ T-T

ส่งเมล์มาก็ได้คับ

(หาข้อมูลไม่ได้เลยอ่าค้าบ)T-T
Live_Leaf@hotmail.com (IP:124.120.208.8,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 16 ก.ค. 2549 (11:21)
อยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับกาญจนคูหาทั้งหมดเลยอะคะ ถ้าไงรบกวนด้วยนะคะ
avernus_lavinia@hotmail.com (IP:124.157.236.158,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 29 ก.ค. 2549 (13:59)
ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยแปล
เฟิร์น (IP:203.156.149.28,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 8 ส.ค. 2549 (23:16)
หาข้อมูลที่มาหน่อยสิไม่มีเลยอ่ะเรื่องแปลก็ได้แค่นี้อ่ะทั้งหมดเลย

พระเสด็จลดเลี้ยวเที่ยวชม มีมโนภิรมย์แจ่มใส

เปลวปล่องท้องถ้ำอำไพ พื้นลาดดาดไปด้วยเงินงาม

เพดานดาราระย้าย้อย ทองทับประดับพลอยเรือนอร่าม

อัจกลับแก้วมณีอัคคีตาม สว่างวามแวววับจับจินดา

มีชะวากวุ้งเวิ้งเป็นเชิงชั้น ล้วนทองคำทำคั่นกั้นฝา

ฉลักรูปสิงห์สัตว์นานา ดุนเด่นออกมาเหมือนจริง

ทั้งเนื้อนกดังเป็นเห็นประหลาด พฤกษาชาติเหมือนจะไหวไกวกิ่ง

อันรูปเสือสีห์หมีกระทิง เหมือนจะย่างวางวิ่งเวียนวง
krit_salon@hotmail.com (IP:61.47.120.92,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 9 ส.ค. 2549 (22:49)
-*-ชีย่าเปล่านี่อะ
--- (IP:124.120.63.206,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 10 ส.ค. 2549 (22:20)
ที่มา อิเหนา

ชื่อตอน กาญจนคูหา

ผู้แต่ง ร.2

ลักษณะคำประพันธ์ กลอนบทละคร



จุดประสงค์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความงามอันน่ามหัศจรรย์ของถ้ำที่สังคามาระตานำอิเหนาเดินชม ซึ่งตกแต่งเตรียมไว้สำหรับเป็นที่ซ่อนนางบุษบาที่อิเหนาลักพาตัวมาจากเมืองดาหา



ถอดความ อิหนาเข้าไปชมภายในถ้ำอย่างอารมณ์ดี โดยในถ้ำนั้นมีพื้นเป็นสีเงิน เมื่อแสงอาทิตย์ส่องลงมาผ่านปล่องถ้ำนั้นก็ทำให้เกิดแสงงดงามเหมือนดวงดาว ถ้ำนั้นประดับด้วยทองและพลอยต่างๆ อัญมรีที่มีสีแดงนั้นเมื่อโดนแสงตะเกียงก็แวววับงดงามมาก ตามทางเดินในถ้ำนั้นใช้ทองคำทำเป็นฉากกั้นและมีการแกะสลักเป็นรูปสัตว์ต้นไม้ต่างๆอย่างเหมือนจริง
prince (IP:203.209.117.114,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 21 ส.ค. 2549 (14:42)
ขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่
hanuto@hotmail.com (IP:58.9.40.31,192.168.1.201,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 21 ส.ค. 2549 (21:09)
สุดยอด หลายๆเด็อๆๆๆ
ping_ebola@hotmail.com (IP:125.24.145.58,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 26 ส.ค. 2549 (09:03)
ขอบคุณ
wachirawat@thaimail.com (IP:203.151.140.117,203.113.61.197,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 31 ส.ค. 2549 (20:21)
แล้วกวินทรปณิธานล่ะค่ะ

ใครประพันธ์ถวายสมเด็จ
M. (IP:124.120.7.45,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 6 ก.ย. 2549 (14:17)
ช่วยบอกแผนผังกลอนสุภาพ
ta (IP:58.147.14.234,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 26 ก.ย. 2549 (19:28)
เราก้อ เรียน 4/1 เราก้อได้เรื่องกาญจนคูหา ของเพื่อนคนอื่นๆก้อจับได้ แต่ง่ายๆอ่ะ เราดิได้เรื่องนี้หายากมากหน้งสือรุ่นก่อนๆก้อไม่มีให้
ink (IP:58.64.127.69,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 20 พ.ค. 2550 (20:52)
อยากได้คำแปลของบท กวินทรปณิธานน่ะค่ะ เพราะหากี่เว็ปก็ไม่เจอเลย
jean (IP:58.8.59.123)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 20 พ.ค. 2550 (21:09)
สารสยามภาคพร้อง กลกานท์ นี้ฤา

คือคู่มาลาสวรรค์ ช่อช้อย

เบญญาพิศาลแสดง เดิมเกียรติ พระฤา

คือคู่ไหมแสร้งร้อย กึ่งกลาง

เป็นสร้อยโสภิตพ้น อุปรมา

โสรมสรวงศิรธิรางค์ เวี่ยไว้

จงคงคู่กัลปา ยืนโยค

หายแผ่นดินฟ้าไหม้ อย่าหาย



อยากรบกวนให้ พี่ๆ น้องๆ ที่น่ารัก ช่วยแปลให้หน่อยค่า เพราะหาไม่เจอเลยค่ะ
jean (IP:58.8.59.123)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 20 พ.ค. 2550 (22:24)
ทำไมน้องไม่ลองเข้าห้องสมุดบ้าง? อะไรก้อจะเอาแต่ในเน็ต
แปลกใจ (IP:203.130.159.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 24 พ.ค. 2550 (20:44)
ขอบคุณมากค่ะ กำลังหาคำแปลอยู่เลย ขอบคุณค่ะ
a-by_ployz---------* (IP:222.123.117.159)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 27 พ.ค. 2550 (08:25)
ช่วยแปลจากหนังสือบทเรียน ม.4เรื่องกวินทรปณิธานให้หน่อยครับ

สารสยามภาคพร้อง กลกานท์ นี้ฤๅ

คือคู่มาลาสววรค์ ช่อช้อย

เบญญาพิศาลแสดง เดิมเกียรติ พระฤๅ

คือคู่ไหมแสร้งร้อย กึ่งกลาง

ช่วยส่งมาให้ด้วยนะครับขอบคุณครับ
taytay_stk01@hotmail.com (IP:203.113.38.10)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 2 มิ.ย. 2550 (10:00)
ช่วยแปล กาญจนกานท์ ไห้ด้วยน่ะค่ะส่งพรุ่งนี้แล้ว

- กวินทรปณิธาน

-กาญจนคูหา

-นรชาติ

-นมัสการพระพุทธคุณ

พระธรรมคุณ

พระสังฆคุณ

มาตาปิตุคุณ

-อาจริยคุณ

-ความกรุณาปราณี

-ไทยเอ๋ย



ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆเลยน่ะค่ะ
soda_club@hotmail.com (IP:203.188.15.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 2 มิ.ย. 2550 (12:09)
ช่วยแปลหน่อยซิคะจะขอบคุณมากเลยคะ กวินทรปณิธานนะคะ หาที่ไหนก็ไม่มีเเล้ว

สารสยามภาคพร้อง กลกานท์ นี้ฤา

คือคู่มาลาสวรรค์ ช่อช้อย

เบญญาพิศาลแสดง เดิมเกียรติ พระฤา

คือคู่ไหมแสร้งร้อย กึ่งกลาง

เป็นสร้อยโสภิตพ้น อุปรมา

โสรมสรวงศิรธิรางค์ เวี่ยไว้

จงคงคู่กัลปา ยืนโยค

หายแผ่นดินฟ้าไหม้ อย่าหาย
เด็กดีม.4/2บ.ว.ส. (IP:124.157.198.178)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 2 มิ.ย. 2550 (12:27)
สารสยามภาคพร้อง กลกานท์ นี้ฤา

คือคู่มาลาสวรรค์ ช่อช้อย

เบญญาพิศาลแสดง เดิมเกียรติ พระฤา

คือคู่ไหมแสร้งร้อย กึ่งกลาง

เป็นสร้อยโสภิตพ้น อุปรมา

โสรมสรวงศิรธิรางค์ เวี่ยไว้

จงคงคู่กัลปา ยืนโยค

หายแผ่นดินฟ้าไหม้ อย่าหา



ถอดความเป็นร้อยเเก้วได้ดังนี้

หนังสือภาษาไทยที่เเต่งเป็นบทร้อยกรองนี้คือพวงมาลัยดอกไม้เเห่งสวรรค์ มีช่องดงามปัญญาอันกว้างไกล เพื่อเฉลิมพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ เปรียบเหมือนเส้นไหมที่ตั้งใจร้อยเรียงดอกไม้เข้าด้วยกันเป็นพวงมาลัย

บทประพันธ์อันเปรียบดังสร้อยอันงดงาม ขอนักปราชญ์และสรวงสวรรค์ได้รับฟังเพื่อขอฝากบทประพันธ์นี้จงอยู่ยั่งยืนคู่กัปคู่กัลป์ แม้แผ่นดินเเละฟ้าจะมอดไหม้หายไป บทประพันธ์นี้ก็อย่าสูญหาย



เราก็เเปลได้เเค่นี้เเหละนะ เเต่ก็มั่นใจว่าใช่99.99%
เราเองผู้ช่ำชองภาษาไทย (IP:124.157.198.178)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 3 มิ.ย. 2550 (09:52)
พี่ๆๆ ค่ะ ขอเเปลนรชาติ



ก่านมัสการพระพุทธคุณให้หน่อยด้ายไหมค่ะ



ขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าค่ะ
ช่วยเเปลให้หนูหน่อย (IP:203.156.35.254)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 13 มิ.ย. 2550 (20:32)
ขอบคุณมากเลยค่ะ กำลังอยากได้พอดี

แต่ถ้าใครรู้ นรชาติ กับ นมัสการพระพุธคุณ

ก็ช่วยทีนะค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ
toey_hikari@hotmail.com (IP:203.118.100.158)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 14 มิ.ย. 2550 (21:10)
ไม่มีประโยชน์ของตาต้นไม้เลยยยยยยย...no มีเลยยยยย...
... (IP:203.113.61.230)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 24 มิ.ย. 2550 (13:39)
ช่วยหาประวัติผู้แต่งกาญจนคูหาหน่วยคับขอบคุณคับ
mawinwinma@hotmail.com (IP:124.120.238.174)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 8 ก.ค. 2550 (08:48)
ช่วยหาประวัติของร้ชกาลที่2หั้ยหน่อยนะค่ะและผลงานด้วยส่งพรุ่งนี้ครูดุมากๆๆ
ฝน (IP:125.25.208.32)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 8 ก.ค. 2550 (09:36)
ช้างตายยังเหลืองาให้งานคนตายคงเหลือไว้เพียงความดีให้คนกล่าวถึงก็ประมาณนี้
ศ.ก.ว. (IP:125.25.208.32)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 8 ก.ค. 2550 (21:32)
นักเรียนหลายๆคนมักบอกว่าภาษาไทยเรียนยาก เข้าใจยาก

แถมงานเยอะ แล้วก็ไม่รู้ว่าเรียนไปทำอะไร

จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายๆคนทำการบ้านภาษาไทยไม่ได้

ทั้งตีความ แปลความ ขยายความ วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณศิลป์ ฯลฯ



หรือ..

..

หรือเพราะนักเรียนเหล่านั้นให้ความสำคัญกับวิชาภาษาไทยน้อยเกินไปกันนะ
เด็กโอ๋หมวดไทย (IP:125.24.98.238)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 11 ก.ค. 2550 (14:09)
ช่วยหาให้หน่อยสิคะกวินทรปณิธาน
bebe_dd@hotmail.com (IP:58.9.198.143)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 20 ก.ค. 2550 (17:50)
ช่วยถอดความกวินทรปณิธานให้หนูหน่อยน้า........T-T
children_dao@hotmail.com (IP:124.120.240.151)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 20 ก.ค. 2550 (19:29)
ช่วยหาให้หน่อยสิคะกาญจนกานท์ทั้งสิบเรื่องในวรรณสารศึกษาเล่ม๑ ด่วนคะส่งวันที่23 กรกฎานี้คะ

ขอบคุณร่วงหน้าคะ ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
tassinee-game@hotmail.com (IP:125.26.121.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 24 ก.ค. 2550 (16:10)
ถอดคำประพันธ์กาญจนคูหาให้หน่อยดิ ใครถอดได้ช่วยทีนะ
+_lingnoy_+ (IP:58.10.149.238)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 24 ก.ค. 2550 (17:34)
ขอควาวกรุณาช่วยแปลบทความให้หน่อยเถอะค่ะบทกวินทรปณิธานนะคะพิสสสสส
onepiece_ps@hotmail.com (IP:203.113.37.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 24 ก.ค. 2550 (17:40)
ขอคุณค่ะ*เราเองผู้ช่ำชองภาษาไทย*มากๆๆๆๆเลย
onepiece_ps@hotmail.com (IP:203.113.37.11)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 25 ก.ค. 2550 (07:31)
ความหมาย กาญจนาคูหา
pora.boy@hotmail.com (IP:125.26.183.182)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 25 ก.ค. 2550 (07:36)
ช่วยบอกความหมายของ กาญจนาคูหา

จะส่งครูวันนี้ค่ะ
pora.boy@hotmail.com (IP:125.26.183.182)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 28 ก.ค. 2550 (17:35)
ช่วยแปลคำประพันธ์เรืองกาญจนกานท์
Sunny_mono@thailmail.com (IP:124.157.196.210)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 29 ก.ค. 2550 (17:44)
ขอบคุณมาก ๆ



.. เป็นแนวทางช่วยให้ถอดความง่ายขึ้น
piim (IP:124.120.155.153)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 30 ก.ค. 2550 (14:49)
อยากรู้จังเขามีแนวคิดยังไงในการแต่งกวินทรปณิธาน ช่วยบอกทีดิ
:shy:Yo Yo! (IP:61.7.167.217)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 31 ก.ค. 2550 (13:55)
ช่วงหาจุดมุ่งหมายในการแต่ง ความรู้เสริมให้หน่อยจิด่วนเยย ส่งพรุ่งนี้
uborat_dee@hotmail.com (IP:203.113.40.8)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 31 ก.ค. 2550 (13:58)
ช่วยหาจุดมุ่งหมายในการแต่ง กวินทรปณิธาน และความรู้เสริมให้หน่อยจิด่วนเยย ส่งพรุ่งนี้ ขอขอบคณล่วงหน้าเรยยยยยยยนะ
ubolrat_dee@hotmail.com (IP:203.113.40.8)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 3 ส.ค. 2550 (18:40)
ช่วยหาผผู้แต่งกวินทรปณิธานและมีลักษณะคำประพันเป็นแบบใด และช่วยแปลนรชาติ มนัสการมาตาปิตาคุณ มนัสการอาจาริยคุณ ความกรุณาปรานี ไทยเอย และราตรีให้หน่อยคะ พร้อมผู้แต่งและจุดประสงค์ด้วยนะคะ ขอบคุณไว้ล่วงหน้าเลยคะ หากมีคนแปลได้ช่วยตอบทีนะคะ ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆคะ
mai_witchuda@hotmail.com (IP:222.123.232.57)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 4 ส.ค. 2550 (16:30)
ใครก็ได้ช่วยบอกรูปแบบและคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของนมัสการมาตาปิตุคุณหน่อยค่ะ วันพุธต้องรายงานแล้วค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ
kamplong@hotmail.com (IP:124.120.241.247)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 6 ส.ค. 2550 (18:58)
ช่วยหาที่มาของกาญจนคูหาหน่อยค่ะ
ช่วยหน่อยค่ะ (IP:203.209.91.109)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 9 ส.ค. 2550 (19:48)
นมัสการมาตาปิตุคุณ

ถอดความ

บทกวีนี้ กล่าวนอบน้อมพระคุณของบิดามารดา ผู้ได้เกื้อกูลมาตั้งแต่เล็กจนเติบโต

คอยเฝ้าระวังรักษาประคับ ประคองดูแลอยู่ไม่ยอมห่าง แม้จะ ลำบากเท่าไรก็อดทนได้

เลี้ยงลูกอย่างทะนุถนอม ปกป้องอันตราย จนรอดพ้นอันตราย เติบใหญ่ เป็นตัวเป็นตน

เปรียบประคุณของบิดามารดายิ่งกว่าภูเขา หรือแผ่นดิน สุดที่จะทดแทนพระคุณ มากล้นนี้ได้

ด้วยการบูชาอันวิเศษสมบูรณ์เลิศล้ำ
KANG (IP:124.120.124.118)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 9 ส.ค. 2550 (19:54)
อยากให้ถอดความเรื่อง นรชาติ ให้หน่อยอะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าเลยน่ะค่ะ
KANG (IP:124.120.124.118)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 9 ส.ค. 2550 (20:14)
ตามที่ถอดความเองเรื่อง นรชาติ อ่ะค่ะไม่แน่ใจว่าถูกรึเปล่า



วัว ควาย และช้างแม้จะตายก็ยังเหลือ เขา และ งา เอาไว้ แต่มนุษย์เมื่อตาลไป ร่างกายและจิตใจก็แตกสลายไปหมด เหลือแต่ความชั่วและความดีที่ยังอยู่ ประดับไว้บนโลก



นรชาติ = ความดีและความชั่ว

พฤษภ = วัว

กาสร = ควาย

กุญชร = ช้าง

โททนต์ = งา

เสน่ง = เขาสัตว์

มลาย = แตกตายทำลาย

อินทรีย์ = ร่างกายและจิตใจ

โลกา = โลก
KANG (IP:124.120.124.118)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 9 ส.ค. 2550 (20:21)
ข้อคิดของเรื่อง นรชาติ

คนเราเกิดมาร่างกายไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป มีแต่ความดีความชั่วเท่านั้นที่จะยังคงอยู่ค่ะ
แวะเวียนมาให้คำตอบ (IP:124.120.124.118)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 12 ส.ค. 2550 (19:46)
ขอบคุณมากๆๆๆๆ นะคะที่ช่วยถอดความให้
เอ (IP:124.157.211.234)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 14 ส.ค. 2550 (13:32)
เราถอดความบทนรชาติให้น่ะใครต้องการบ้างล่ะ

วัวควายหรือช้างที่ตายไปแล้วยังคงหลงเหลืองาหรือเขาในกายของมันไว้ แต่คนเมื่อตายแล้วก็ถูกเผ่าหมดไม่เหลืออะไรเลยนอกเสียจากความดีที่เหลือไว้ประดับโลก

แล้วใครถอดความบทนมัสการอาจริยคุณบ้างล่ะส่งมาให้เราหน่อยซิที่

entertain1992@thaimail.com น่ะ
น้องคาเมลล่าร์ (IP:61.19.151.202)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 14 ส.ค. 2550 (13:49)
ใครหาบทถอดความวิชาภาษาไทย ม.4 ทั้งหมดของกาญจนกาญ์ ให้ไป ที่

www.kanjanakan.th.gs น่ะเราหวังดีน่ะ ทุกๆคน

ร.ร.หนือคลองประชาบำรุง จ.กระบี่ เราชื่อ อูฐ (อิ๊ด)
camellar_np@hotmail.com (IP:61.19.151.202)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 14 ส.ค. 2550 (18:41)
ช่วยถอดความนมัสการพระพุทธคุณให้หน่อยรีบใช้มาก
komo_4_10@hotmail.com (IP:203.148.137.226)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 17 ส.ค. 2550 (10:24)
พระเสด็จลดเลี้ยวเที่ยวชม มีมโนภิรมย์แจ่มใส

เปลวปล่องท้องถ้ำอำไพ พิ้นลาดดาดไปด้วยเงินงาม



เพดานดาราระย้าย้อย ทองทับประดับพลอยเรือนอร่าม

อัจกลับแก้วมณีอัคคีตาม สว่างวามแวววับจับจินดา



มีชะวากวุ้งเวิ้งเป็นเชิงชั้น ล้วนทองคำทำคั่นกั้นฝา

ฉลักรูปสิงห์สัตว์นานา ดุนเด่นออกมาเหมือนจริง



ทั้งเนื้อนกดังเป็นเห็นประหลาด พฤกษาชาติเหมือนกะไหวไกวกิ่ง

อันรูปเสือสีห์หมีกระทิง เหมือนจะย่างว่างวิ่งเวียนวน
nantapong111@hotmil.com (IP:202.143.165.107)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 17 ส.ค. 2550 (10:28)
แปลบทประพันธ์กาญจนคูหาให้หน่อยคร๊าบบบบบบบบบบบ
nantapong111@hotmil.com (IP:202.143.165.107)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 19 ส.ค. 2550 (12:50)
ยากจังเลยภาษาไยอะ
นุช n-uch-27@hotmail.com (IP:124.120.241.174)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 19 ส.ค. 2550 (16:15)
ช่วยแปลบท "กวินทรปณิธาน" ให้หน่อยค่ะต้องส่งอาจารย์วันอังคารนี้แล้ว
a-achi1991@thaimail.com (IP:203.113.62.4)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 23 ส.ค. 2550 (11:17)
ใครถอดความ ไทยเอยได้บ้างช่วยที
benaruk_009@hotmail.com (IP:203.113.109.83)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 23 ส.ค. 2550 (20:53)
[tex]www.kanjanakan.th.gs หาเลยมีครบทุกเรื่อง

[/tex]www.kanjanakan.th.gs หาเลยมีครบทุกเรื่อง

[tex][tex]www.kanjanakan.th.gs หาเลยมีครบทุกเรื่อง[/tex][/tex]www.kanjanakan.th.gs หาเลยมีครบทุกเรื่อง

www.kanjanakan.th.gs หาเลยมีครบทุกเรื่อง

www.kanjanakan.th.gs หาเลยมีครบทุกเรื่อง

www.kanjanakan.th.gs หาเลยมีครบทุกเรื่อง

www.kanjanakan.th.gs หาเลยมีครบทุกเรื่อง

www.kanjanakan.th.gs หาเลยมีครบทุกเรื่อง

www.kanjanakan.th.gs หาเลยมีครบทุกเรื่อง[/tex]

รีบๆทำกันหน่อยนะเพื่อนๆ เพื่อคะแนนของเรา โชคดี
งุงิ (IP:222.123.98.174)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 25 ส.ค. 2550 (15:41)
ช่วยหาข้อมูลทั้งหมดของกวินทรปณิธานให้หน่อยค่ะ จะขอบคุณมากๆๆๆๆ
Wannisa.Kanha@thaimail.com (IP:203.113.17.161)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 25 ส.ค. 2550 (15:53)
อยากทราบข้อมูลกวินทรปณิธาน ช่วยหน่อยนะค่ะ ขอร้องมากๆๆค่ะ
Wannisa.Kanha@thaimail.com (IP:203.113.17.161)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 26 ส.ค. 2550 (10:29)
ช่วยถอดความ เรื่อง กวินทรปณิธาน ,กาญจนคูหา,นรชาติ,นมัสการพระพุทธคุณ,นมัสการพระธรรมคุณ,นมัสการพระสังฆคุณ,นมัสการมาตาปิตุคุณ,นมัสการอาจริยคุณ,ความกรุณาปรานี,ไทยเอยด้วยนะ ขอขอบคุณ ณ โอกาสนี้ด้วย
sukas.27888@hotmail.com (IP:125.25.227.175)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 27 ส.ค. 2550 (17:38)
ช่วยหาที่เกี่ยวกับเรื่องกาญจนการท์ทั้งหมดให้หน่อยน่ะครับ
2 (IP:203.113.57.39)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 1 ก.ย. 2550 (19:46)
ช่วยเราทีถอดความไม่ได้
6 (IP:124.121.247.101)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 2 ก.ย. 2550 (17:25)
ช่วยแปลคำประพันธ์เรืองกาญจนกานท์
kamplong@hotmail.com (IP:222.123.148.204)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 2 ก.ย. 2550 (17:30)
ช่วยแปลคำประพันธ์เรืองกาญจนกานท์
aomloveple @thaimil.co (IP:222.123.148.204)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 3 ก.ย. 2550 (16:25)
ทำไมไม่มีอิเหนาตอนอิเหนาชมถ้ำชื่อกาญจนคูหาเลยทั้งที่จริงก็เป็นหนังสือในระดับชั้นม.4เหมือนกัน
2457 (IP:124.157.197.114)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 3 ก.ย. 2550 (20:52)
ขอความกรุณาใครก็ได้ช่วยถอดความไทยเอยทีช่วยหน่อยนะ
pim_tippawan@hotmail.com (IP:222.123.205.221)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 8 ก.ย. 2550 (19:14)
ขอบคุณที่แนะนำเว็บไซต์เกี่ยวกับกาญจนกานท์คะ
we.op (IP:203.113.61.132)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 10 ก.ย. 2550 (16:53)
ขอบคุณมากๆสำหรับ web กาญจนกาน
เต้คับ (IP:124.121.240.14)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 10 ธ.ค. 2550 (13:38)
คุณค่าของนมัสการมาตาปิตุคุณคืออะไรอ่ะ ช่วยบอกหน่อยดิ
moon (IP:203.113.51.36)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 10 ธ.ค. 2550 (13:43)
คุณค่าของนมัสการมาตาปิตุคุณ
silvermoon (IP:203.113.51.36)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 10 ธ.ค. 2550 (13:47)
ใครช่วยบอกคุณค่าของมนัสการมาตาปิตาคุณให้หน่อยนะ
silvermoon2_forevr@hotmail.com (IP:203.113.51.36)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 20 ธ.ค. 2550 (20:36)
ได้เดินชมถ้ำิ ด้วยจิตใจที่สดชื่นแจ่มใส (พระหมายถึงพระลอนะ แต่ห้ามใช้ เพราะเป็นการถอดความ)

ภายในถ้ำมีความงดงามประดับประดา พื้นถ้ำสะท้อนแสงแวววาวคล้ายกับปูลาดด้วยแสงสีเงิน

ที่เพดานของถ้ำนั้น มีหินย้อยที่ทอแสงระยับราวกับถูกประดับตกแต่งด้วยอัญมณีล้ำค่า

ในถ้ำมีแง่งผาหินลดหลั่นลงมาเป็นชั่้น ผนังถ้ำนั้นงามงดราวกับประดิษฐ์มาด้วยทองคำ

มีรูปสลักของสัตว์ต่างๆสิงสถิตอยู่ไม่ว่าจะเป็น เสือ สิงห์ หมี กระทิง ดูเหมือนจริงราวกับออกมาโลดแล่นอยู่ภายในถ้ำนั้น
fantasize.29@satit-kku.com (IP:203.113.60.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 28 มิ.ย. 2551 (16:38)
..........
darksaylai
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 10 ก.ค. 2551 (21:58)
เหมือนจะอย่างวางวิ่งเวียนวง ไม่ใช่เหรอ คนตั้งกระทู้
ม.4 ด้วยกัน (IP:125.26.1.161)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 16 ก.ค. 2551 (19:25)
เรื่อง กาญจนคูหา

ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

จุดประสงค์ เพื่อที่จะสื่อให้เห็นความงามอันน่ามหัศจรรย์ของถ้ำแห่งนี้

ถอดความ

กล่าวถึงถ้ำที่สังคามาระตาจัดเตรียมแต่งไว้ใกล้เมืองดาหา สำหรับใช้เป็นที่ซ่อน

บุษบาซึ่งอิเหนาจะลักพาบุษบามาจากเมืองดาหา สังคามาระตาเป็นน้องชายของชายาอิเหนา

และเป็นคนสนิทที่อิเหนา รักใคร่ดุจน้องชาย สังคามาระตาได้บรรจงแต่งถ้ำคอยต้อนรับ

บุษบาไว้อย่างสวยงาม

ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง



ความงามของธรรมชาติเป็นสิ่งที่น่าพิศวง



เรื่อง กวินทรปณิธาน

ผู้แต่ง ไม่ปรากฏนาม สันนิษฐานว่าแต่งภายหลังรบชนะศึกเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2017

หรือแต่งในสมัยรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ในสมัยกรุงศรอยุธยาตอนต้น

จุดประสงค์ เพื่อแสดงความงามของภาษาและความตั้งใจมั่นของกวี





ถอดความ

เรื่องกล่าวถึงคำประพันธ์ที่ไพเราะงดงามว่าคือคู่ดอกไม้สวรรค์อันมีช่อช้อย

ปัญญาอันกว้างขวางคือคู่เส้นไหมอันบรรจงร้อยกึ่งกลางดอกไม้สวรรค์นั้นให้เป็นสร้อย

อันงามพ้นที่จะเปรียบเทียบได้เพื่อนำมาประดับไว้แก่นักปราชญ์ แม้แผ่นดินจะถูกทำลาย

แผ่นฟ้าจะมอดไหม้ขอให้หนังสือเล่มนี้อย่าสูญหาย



คำศัพท์ยาก

1. สรวง แปลว่า สวรรค์,เทวดา

2. พิศาล แปลว่า กว้างขวาง





นรชาติ

ผู้แต่ง สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

จุดประสงค์ เพื่อแสดงคุณค่าของความดีงามของมนุษย์

ถอดความ

บทกวี "นรชาติ " เป็นบทกวีที่แสดงคุณค่าของสัตว์ ซึ่งประกอบด้วย

วัว ควาย และช้าง เมื่อตายแล้วยังคงเหลือเขาและงาทั้งคู่ทิ้งไว้เป็นประโยชน์ได้

แต่มนุษย์เมื่อสิ้นชีวิตแล้ว คงเหลืออยู่ได้ก็เพียงความดีหรือความชั่วเท่านั้นคงอยู่

คู่โลก

ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง

มนุษย์จะเหลือแต่ความดีความชั่วเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังระลึกถึง

เมื่อตายไปแล้ว

คำศัพท์ยาก

พฤษภ แปลว่า วัว

กาสร แปลว่า ควาย

กุญชร แปลว่า ช้าง

โท แปลว่า คู่ หรือ สอง

ทนต์ แปลว่า ฟัน

เสน่ง แปลว่า ขา

นรชาติ แปลว่า คำสมาส มาจาก นร + ชาติ นร คือ คน,

ชาติ คือ เกิด ที่เกิด

นมัสการพระพุทธคุณ



ผู้แต่ง พระยาศรีสุนทรโวหาร ( น้อย อาจารยางกูร )



จุดประสงค์ เพื่อสรรเสริญพระคุณของพระสงฆ์



ลักษณะคำประพันธ์ กาพย์ฉบัง 16



ถอดความ

กล่าวสรรเสริญสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าพระองค์เป็นผู้ที่บริสุทธิ์ ตัดกิเลศหมดสิ้นไม่มีความหมองมัว ทรงชี้ทางแห่ง

การดับทุกข์และชี้ทางกำจัดบาปของมวลมนุษย์ โดยการบำเพ็ญแต่กุศล ข้าพเจ้าขอกราบพระพุทธเจ้าที่ทรง

การุญพระองค์นั้นนิรันดร

ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง

พระกรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้าทรงล้ำเลิศควรแก้การน้อมสักการบูชายิ่งนัก



นมัสการพระธรรมคุณ

ผู้แต่ง พระยาศรีสุทรโวหาร ( น้อยอาจารยางกูร )



จุดประสงค์ เพื่อสรรเสริญพระคุณของพระธรรม





ถอดความ

พระธรรมคือคุณงามความดี ประดุจดวงประทีปที่ส่องสว่างขจัด

ความโง่เขลาในจิตใจของมนุษย์ ธรรมะคือโลกุตรธรรม อันประกอบด้วย

มรรค 4 ผล 4 และนิพพาน 1 ธรรมะเบื้องต้นที่จะนำไปสู่สภาวะแห่ง

ความบริสุทธิ์ อันยิ่งใหญ่ 2 ประการ คือ ธรรมปฏิบัติและธรรมปริยัติ

ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง

การปฏิบัติธรรมคือการขจัดความมืดมนในใจมนุษย์





นมัสการพระสังฆคุณ

ผู้แต่ง พระยาศรีสุนทรโวหาร



จุดประสงค์ เพื่อสรรเสริญพระคุณของพระสงฆ์



ถอดความ

พระสงฆ์สาวกเป็นผู้สืบสานการปฏิบัติธรรมมาจากสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า

เป็นผู้ที่เห็นแจ้งในอริยสัจ4 บรรลุทางดับทุกข์ตามรอยพระบาทของพระศาสดา

พระสงฆ์คือแหล่งปลูกฝังและเผยแผ่ คุณงามความดี สมดังคำที่เรียกว่า เป็นลูก

ของพุทธองค์ คุณของพระสงฆ์มากมายเกินจะประมาณได้จึงขอน้อมไว้เป็น

ผู้สาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงคุณดังกล่าวนั้นเทอญ

ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง

พระสงฆ์จะเป็นผู้อธิบายและชี้นำพระธรรมแด่พุทธศาสนิชน นอกจากนั้น

ยังเป็นแบบอย่างที่ดี แห่งการสั่งสมความดีเพื่อเป็นมงคลแห่งชีวิตด้วย

นมัสการมาตาปิตุคุณ



ผู้แต่ง พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)



จุดประสงค์ เพื่อสรรเสริญพระคุณของบิดามารดา







ถอดความ

บทกวีนี้ กล่าวนอบน้อมพระคุณของบิดามารดา ผู้ได้เกื้อกูลมาตั้งแต่เล็กจนเติบโต

คอยเฝ้าระวังรักษาประคับ ประคองดูแลอยู่ไม่ยอมห่าง แม้จะ ลำบากเท่าไรก็อดทนได้

เลี้ยงลูกอย่างทะนุถนอม ปกป้องอันตราย จนรอดพ้นอันตราย เติบใหญ่ เป็นตัวเป็นตน

เปรียบประคุณของบิดามารดายิ่งกว่าภูเขา หรือแผ่นดิน สุดที่จะทดแทนพระคุณ มากล้นนี้ได้

ด้วยการบูชาอันวิเศษสมบูรณ์เลิศล้ำ

ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง

ไม่มีพระคุณของผู้ใดจะยิ่งใหญ่เท่ามารดา



นมัสการอาจริยคุณ



ผู้แต่ง พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)



จุดประสงค์ เพื่อนมัสการและสรรเสริญพระคุณของครู อาจารย์ที่ได้อบรมสั่งสอนและให้ความรู้แก่

ศิษย์ทั้งหลาย



ถอดความ

กล่าวแสดงขอความเคารพนอบน้อมต่อครู ผู้มีความกรุณา เผื่อแผ่อบรมสั่งสอนศิษย์ทุกสิ่ง

ให้มีความรู้ ทั้งความดี ความชั่ว ชั่วขยายความให้เข้าใจแจ่มแจ้ง มีเมตตากรุณา กรุณาเที่ยงตรง

เคี่ยวเข็ญให้ฉลาดหลักแหลม ช่วยกำจัดความโง่เขลา ให้มีความเข้าใจแจ่มชัด พระคุณดังกล่าวนี้

ถือว่าเป็นเลิศในสามโลกนี้ ควรระลึกและน้อมใจชื่นชมยกย่อง



ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง

ครูเป็นผู้ชี้แจง อบรมสั่งสอนทั้งวิชาความรู้และความดีทางจริยธรรมพระคุณของครูนับว่า

สูงสุดจะป็นรองก็เพียงแต่บิดามารดาเท่านั้น





ความกรุณาปรานี



ผู้แต่ง พระบามสมเด็จ พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว



จุดประสงค์ เพื่อใช้เป็นบทละคร ในเรื่อง The Merchants of Venice

ของวิลเลี่ยม เชคเปียร์ ในฉบับภาษาไทย ในชื่อเรื่อง เวนิสวาณิช ให้คนไทยได้อ่าน





ถอดความ

บทกวีนี้ได้กล่าวถึงอานุภาพของความเมตตากรุณาปรานี ไว้ว่าความกรุณาปรานีย่อมเกิดขึ้นเอง

โดยไม่ต้องบังคับเช่นเดียวกับฝนที่ตกลง มาจากฟากฟ้าสู่แดนมนุษย์ (ความกรุณาปรานี)

มีความดีสองประการ คือให้ความยินดีเบิกบานใจทั้งผู้ให้และความรับความกรุณานี้และเป็น

พลังอันประเสริฐยิ่งกว่าพลังทั้งปวง พระมหา- กษัตริย์ ผู้ทรงพระกรุณาย่อมเสมือนได้ทรง

เครื่องทรงอันประเสริฐ สง่างามเจิดจ้า ยิ่งกว่าทรงพระมงกุฎ พระแสงอาญาสิทธิ์อันเป็นอันเป็น

เครื่องหมายแห่งพระราชอำนาจที่ทรงมี เหนือ พสกนิกรทั้งปวง (ความกรุณาปรานี)

เป็นคุณธรรมที่พระมหากษัตริย์ทรงมีย่อมมี อำนาจ วิเศษยิ่งกว่าพระแสงอาญาสิทธิ์

พระมหากษัตริย์ที่มีความกรุณาปรานีอยู่ในพระทัยและพระราชทาน เมตตาธรรม ย่อมเป็น

อานิสงส์ผลบุญต่อเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่



ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง

ความกรุณาปรานีเกิดขึ้นจากใจไม่ใช่การบีบบังคับและพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงมีกรุณาธรรม

และพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงมีกรุณาธรรมย่อมเป็นผู้ที่ประเสริฐยิ่งนัก







ไทยเอย



ผู้แต่ง พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ



ที่มาของเรื่อง บทกวีเรื่องไทยเอยตัดตอนมาจากลิลิตสามกรุง



จุดประสงค์ เพื่อบรรยายเหตุการณ์บ้านเมือง



ลักษณะคำประพันธ์ โคลงสี่สุภาพจำนวน 5 บท





ถอดความ

เนื้อหาของเรื่องกล่าวถึงความผิดพลาดของคนไทยในอดีต เพราะมัวแต่ทะเลาะวิวาทกัน

อย่ามัวแต่เกี่ยงว่าเป็นเคราะห์หรือโชคร้าย ควรโทษความเลวร้ายของ ตนเอง เลิกโทษเวรกรรม

คนดีมีมากนักหรือ จึงไม่รู้สึกเสียดายคนที่ตายไปคนที่มีวิสัยทัศน์ กว้างไกลในแผ่นดินไทยนั้นหา

ไม่ได้ง่าย ๆ เหมือนกล้วยปัญญาเปรียบเสมือน อัญมณีมีค่างดงาม ถ้าเพชรต่อเพชรกระแทกกัน

เม็ดหนึ่งอาจเสียรูปทรง อีกเม็ดหนึ่งอาจกระเด็นหายไป่(เปรียบเหมือน คนมีปัญญา ถ้ามากระทบกันเอง

ย่อมเสียหายทั้งสองฝ่าย) เมื่อคนมากมายต้อง เสียชีวิตย่อมเป็น ภาวะที่เลวร้ายอย่างที่สุด

คนไทยที่มีปัญญามากมายก็ยิ่งเหลือน้อยลง แล้วคนเก่ง ๆมากีดกันทำลายล้างกันเอง ก็เหมือนกับ

การดับแสงหิ่งห้อย (เหลือคนดีมีปัญญาอยู่น้อยนิดเหมือนแสงหิ่งห้อย ก็ยัง ทำลายให้สิ้นไปเหมือนดับแสงหิ่งห้อย)

คนไทยเคยจดจำคำกล่าวนี้หรือไม่ "คนภายในไม่ดีย่อม ถูกคนภายนอกทำลายได้ สามัคคีธรรม

(ใช้กำจัดปัญญาที่เกิดขึ้นให้เรียบร้อยได้) ก็เหมือนกำไม้กวาด ที่มัดรวมไว้ย่อมใช้กำจัดความรกให้กลับ

เรียบร้อยได้เช่นกัน





ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง

การแตกความสามัคคีย่อมนำความหายนะมาสู่หมู่คณะและคนดีมีปัญญาไม่ควรถูกทำลาย

ด้วยความอิจฉาริษยาของผู้อื่น

คำศัพท์ยาก

โหด แปลว่า ชั่วร้าย เลวทราม

ความเห็นเขม้นไกล เกินจมูก แปลว่า การมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล บางที่ใช้ว่า มองไกลกว่าขนตา

ปัญญานันต์ แปลว่า ปัญญามากมาก เป็นคำสมาสแบบสนธิ ปัญญา + อนันต์

เกลื่อนดังกล้วย แปลว่า มีมากมายเหมือนกล้วย(ซึ่งหาได้ง่าย)

ก่องเก็จ แปลว่า ดงาม วาววามตระการตา







อ่านะ จัดให้ ..........................บาย รีบก๊อปเร็วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ*-* LAW @ FRANCI อัน
antika (IP:124.120.207.195)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 30 ส.ค. 2551 (13:43)
ขอบคุณเว็บนี้มากคะ
poohname@hotmail.com (IP:118.174.62.101)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 4 ก.ย. 2551 (18:22)
ถอดคำประพันธ์ กาญจนกานท์



เรื่อง ( หน้า ๑๘๕ )





ได้เดินชมถ้ำ ด้วยจิตใจที่สดชื่นแจ่มใส (พระหมายถึงพระลอนะ แต่ห้ามใช้ เพราะเป็นการถอดความ)ภายในถ้ำมีความงดงามประดับประดา พื้นถ้ำสะท้อนแสงแวววาวคล้ายกับปูลาดด้วยแสงสีเงินที่เพดานของถ้ำนั้น มีหินย้อยที่ทอแสงระยับราวกับถูกประดับตกแต่งด้วยอัญมณีล้ำค่า

ในถ้ำมีแง่งผาหินลดหลั่นลงมาเป็นชั่น ผนังถ้ำนั้นงามงดราวกับประดิษฐ์มาด้วยทองคำมีรูปสลักของสัตว์ต่างๆสิงสถิตอยู่ไม่ว่าจะเป็น เสือ สิงห์ หมี กระทิง ดูเหมือนจริงราวกับออกมาโลดแล่นอยู่ภายในถ้ำนั้น
ช่วยกันๆๆ (IP:125.26.9.36)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 3 ก.ค. 2552 (00:09)

<Font color = Pink><Marquee>ขอบคุณมากๆเลยนะค่ะ ^ ^   >>>   antika</Marquee></Font>


p. ^ ^ (IP:202.149.25.225)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 4 ก.ค. 2552 (15:30)
อยากรู้คำศัพยท์ยาก
ของนมัสการพระธรรมคุณ
lloveb_m.3@hotmail.com (IP:118.173.58.222)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 1 ส.ค. 2552 (10:52)

>> ขอบคุนค่ะช่วยได้มากเลย !! (^U^)


แชร์ ๆ (IP:112.142.124.243)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 16 ส.ค. 2552 (22:39)

๏(ช้าปี่)* มาจะกล่าวบทไป
ถึงระเด่นลันไดอนาถา
เสวยราชย์องค์เดียวเที่ยวรำภา
ตามตลาดเสาชิงช้าหน้าโบสถ์พราหมณ์
อยู่ปราสาทเสาคอยอดด้วน
กำแพงแก้วแล้วล้วนด้วยเรียวหนาม
มีทหารหอนเห่าเฝ้าโมงยาม
คอยปราบปรามประจามิตรที่คิดร้าย ฯ ๔ คำ ฯ

     ๏ เที่ยวสีซอขอข้าวสารทุกบ้านช่อง
เป็นเสบียงเลี้ยงท้องของถวาย
ไม่มีใครชังชิงทั้งหญิงชาย
ต่างฝากกายฝากตัวกลัวบารมี
พอโพล้เพล้เวลาจะสายัณห์
ยุงชุมสุมควันแล้วเข้าที่
บรรทมเหนือเสื่อลำแพนแท่นมณี
ภูมีซบเซาเมากัญชา ฯ ๔ คำ ฯ

     ๏ร่าย ครั้นรุ่งแสงสุริยันตะวันโด่ง
โก้งโค้งลงในอ่างแล้วล้างหน้า
เสร็จเสวยข้าวตังกับหนังปลา
ลงสระสรงคงคาในท้องคลอง ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

     ๏ชมตลาด กระโดดดำสามทีสีเหื่อไคล
แล้วย่างขึ้นบันไดเข้าในห้อง
ทรงสุคนธ์ปนละลายดินสอพอง
ชโลมสองแก้มคางอย่างแมวคราว
นุ่งกางเกงเข็มหลงอลงกรณ์
ผ้าทิพย์อาภรณ์พื้นขาว
เจียระบาดเสมียนละว้ามาแต่ลาว
ดูราวกับหนังแขกเมื่อแรกมี
สวมประคำดีควายตะพายย่าม
หมดจดงดงามกว่าปันหยี
กุมตระบองกันหมาจะราวี
ถือซอจรลีมาตามทาง ฯ ๖ คำ ฯ เพลงช้า

     ๏ร่าย มาเอยมาถึง
เมืองหนึ่งสร้างใหม่ดูใหญ่กว้าง
ปราสาทเสาเล้าหมูอยู่กลาง
มีคอกโคอยู่ข้างกำแพงวัง
พระเยื้องย่างเข้าทางทวารา
หมู่หมาแห่ห้อมล้อมหน้าหลัง
แกว่งตระบองป้องปัดอยู่เก้กัง
พระทรงศักด์หยักรั้งคอยราญรอน ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

     ๏ เมื่อนั้น
นางประแดะหูกลวงดวงสมร
ครั้นรุ่งเช้าท้าวประดู่ภูธร
เสด็จจรจากเวียงไปเลี้ยงวัว
โฉมเฉลาเนาในที่ไสยา
บรรจงหั่นกัญชาไว้ท่าผัว
แล้วอาบน้ำทาแป้งแต่งตัว
หวีหัวหาเหาเกล้าผมมวย
ได้ยินแว่วสำเนียงเสียงหมาเห่า
คิดว่าวัวเข้าในสวนกล้วย
จึงออกมาเผยแกลอยู่แร่รวย
ตวาดด้วยสุรเสียงสำเนียงนาง
พอเหลือบเห็นระเด่นลันได
อรไทผินผันหันข้าง
ชม้อยชม้ายชายเนตรดูพลาง
ชะน้อยฤๅรูปร่างราวกับกลึง
งามกว่าภัสดาสามี
ทั้งเมืองตานีไม่มีถึง
เกิดกำหนัดกลัดกลุ้มรุมรึง
นางตะลึงแลดูพระภูมี ฯ ๑๐ คำ ฯ

     ๏ เมื่อนั้น
พระสุวรรณลันไดเรืองศรี
เหลียวพบสบเนตรนางตานี
ภูมีพิศพักตร์ลักขณา ฯ 2 คำ ฯ
     ๏ชมโฉม สูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด
งามละม้ายคล้ายอูฐกะหลาป๋า
พิศแต่หัวตลอดเท้าขาวแต่ตา
ทั้งสองแก้มกัลยาดังลูกยอ
คิ้วก่งเหมือนกงเขาดีดฝ้าย
จมูกละม้ายคล้ายพร้าขอ
หูกลวงดวงพักตร์หักงอ
ลำคอโตตันสั้นกลม
สองเต้าห้อยตุงดังถุงตะเคียว
โคนเหี่ยวแห้งรวบเหมือนบวบต้ม
เสวยสลายาจุกพระโอษฐ์อม
มันน่าเชยน่าชมนางเทวี ฯ ๖ คำ ฯ

     ๏ร่าย นี่จะเป็นลูกสาวท้าวพระยา
ฤๅว่าเป็นพระมเหสี
อกใจทึกทักรักเต็มที
ก็ทรงสีซอสุวรรณขึ้นทันใด ฯ ๒ คำ ฯ

     ๏พัดชา ยักย้ายร่ายร้องเป็นลำนำ
มีอยู่สองสามคำจำไว้ได้
สุวรรณหงษ์ถูกหอกอย่าบอกใคร
ถูกแล้วกลับไปได้เท่านั้น ฯ ๒ คำ ฯ

     ๏ร่าย แล้วซ้ำสีอิกกระดิกนิ้ว
ทำยักคิ้วแลบลิ้นเล่นขบขัน
เห็นโฉมยงหัวร่ออยู่งองัน
พระทรงธรรม์ทำหนักชักเฉื่อยไป ฯ ๒ คำ ฯ มโหรี

     ๏ เมื่อนั้น
นางประแดะตานีศรีใส
สดับเสียงสีซอพอฤทัย
ให้วาบวับจับใจผูกพัน
ยิ่งคิดพิศวงพระทรงศักดิ์
ลืมรักท้าวประดู่ผู้ผัวขวัญ
ทำไฉนจะได้พระทรงธรรม์
มาเคียงพักตร์สักวันด้วยรักแรง
คิดพลางทางเข้าไปในห้อง
แล้วตักเอาข้าวกล้องมาสองแล่ง
ค่อยประจงลงใส่กระบะแดง
กับปลาสลิดแห้งห้าหกตัว
แล้วลงจากบันไดมิได้ช้า
เข้ามานอบนบจบเหนือหัว
เอาปลาใส่ย่ามด้วยความกลัว
แล้วยอบตัวลงบังคมก้มพักตรา ฯ ๘ คำ ฯ

     ๏ เมื่อนั้น
ลันไดให้แสนเสนหา
อะรามรักยักคิ้วหลิ่วตา
พูดจาลดเลี้ยวเกี้ยวพาน ฯ ๒ คำ ฯ

     ๏โอ้โลม งามเอยงามปลอด
ชีวติพี่นี้รอดด้วยข้าวสาร
เป็นกุศลดลใจเจ้าให้ทาน
เยาวมาลย์แม่มีพระคุณนัก
พี่ขอถามนามท้าวเจ้ากรุงไกร
ชื่อเรียงเสียงไรไม่รู้จัก
เจ้าเป็นพระมเหสีที่รัก
ฤๅนงลักษณ์เป็นราชธิดา
รูปร่างอย่างว่ากะลาสี
พี่ให้มีใจรักเจ้าหนักหนา
ว่าพลางเข้าใกล้กัลยา
พระราชาฉวยฉุดยุดมือไว้ ฯ ๖ คำ ฯ

     ๏ร่าย ทรงเอยทรงกระสอบ
ทำเล่นเห็นชอบฤๅไฉน
ไม่รู้จักมักจี่นี่อะไร
มาเลี้ยวไล่ฉวยฉุดยุดข้อมือ
ยิ่งว่าก็ไม่วางทำอย่างนี้
พระจะมีเงินช่วยข้าด้วยฤๅ
อวดว่ากล้าแข็งเข้าแย่งยื้อ
ลวนลามถามชื่อน้องทำไม
น้องมิใช่ตัวเปล่าเล่าเปลือย
หยาบเหมือนขี้เลื่อยเมื่อหัวไหล่
ลูกเขาเมียเขาไม่เข้าใจ
บาปกรรมอย่างไรก็ไม่รู้ ฯ ๖ คำ ฯ

     ๏ชาตรี ดวงเอยดวงไต้
สบถได้เจ็ดวัดทัดสองหู
ความจริงพี่มิเล่นเป็นเช่นชู้
จะร่วมเรียงเคียงคู่กันโดยดี
ถึงมิใช่ตัวเปล่าเจ้ามีผัว
พี่ไม่กลัวบาปดอกนะโฉมศรี
อันนรกตกใจไปใยมี
ยมพระบาลกับพี่เป็นเกลอกัน
เพียงจับมือถือแขนอย่าแค้นเคือง
จะให้น้องสองเฟื้องอย่าหุนหัน
แล้วแก้เงินในไถ้ออกให้พลัน
นี่แลขันหมากหมั้นกัลยา
พอดึกดึกสักหน่อยนะน้องแก้ว
พี่จะลอดล่องแมวขึ้นไปหา
โฉมเฉลาเจ้าจงได้เมตตา
เปิดประตูไว้ท่าอย่าหลับนอน ฯ ๘ คำ ฯ

     ๏ร่าย ทรงเอยทรงกระโถน
อย่ามาพักปลอบโยนให้โอนอ่อน
ไม่อยากได้เงินทองของภูธร
นางเคืองค้อนคืนให้ไม่อินัง
ช่างอวดอ้างว่านรกไม่ตกใจ
คนอะไรอย่างนี้ก็มีมั่ง
เชิญเสด็จรีบออกไปนอกวัง
อย่ามานั่งวิงวอนทำค่อนแคะ
เพียงแต่รู้จักกันกระนั้นพลาง
พอเป็นทางไมตรีกระนี้แหละ
เมื่อพระอดข้าวปลาจึงมาแวะ
น้องฤๅชื่อประแดะดวงใจ
ท่านท้าวประดู่ผู้เป็นผัว
ยังไปเลี้ยงวัวหากลับไม่
แม้นชักช้าชีวันจะบรรลัย
เร่งไปเสียเถิดพระราชา ฯ ๘ คำ ฯ

     ๏ เมื่อนั้น
ลันไดยิ้มเยาะหัวเราะร่า
เราไม่เกรงกลัวอิทธิ์ฤทธา
ท้าวประดู่จะมาทำไมใคร
พี่ก็ทรงศักดากล้าหาญ
แต่ข้าวสารเต็มกระบุงยังแบกไหว
ปลาแห้งพี่เอาเข้าเผาไฟ
ประเดี๋ยวใจเคี้ยวเล่นออกเป็นจุณ ฯ ๔ คำ ฯ

     ๏ เมื่อนั้น
นางประแดะเห็นความจะวามวุ่น
จึงนบนอบยอบตัวทำกลัวบุญ
ไม่รู้เลยพ่อคุณนี้มีฤทธิ์
กระนั้นซิเมื่อพระเสด็จมา
หมูหมาย่นย่อไม่รอติด
ขอพระองค์จงฟังยั้งหยุดคิด
อย่าให้มีความผิดติดตัวน้อง
ท้าวประดู่ภูธรเธอขี้หึง
ถ้ารู้ถึงท้าวเธอจะทุบถอง
จงไปเสียก่อนเถิดพ่อรูปทอง
อย่าให้น้องชั่วช้าเป็นราคี
ว่าพลางทางสลัดปัดกร
ควักค้อนยักหน้าตาหยิบหยี
นาดกรอ่อนคอจรลี
เดินหนีมิให้มาใกล้กราย ฯ ๘ คำ ฯ

     ๏ เมื่อนั้น
ลันไดไม่สมอารมณ์หมาย
เห็นนางหน่ายหนีลี้กาย
โฉมฉายสลัดพลัดมือไป
มันให้ขัดสนยืนบ่นออด
เจ้ามาทอดทิ้งพี่หนีไปได้
ก็ยกย่ามขึ้นไหล่ไปทั้งรัก ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

     ๏ช้า เมื่อนั้น
ท้าวประดู่สุริย์วงศ์ทรงกระฏัก
เที่ยวเลี้ยงวัวล้าเลื่อยเหนื่อยนัก
เข้าหยุดยั้งนั่งพักในศาลา
วันเมื่อมเหสีจะมีเหตุ
ให้กระตุกนัยน์เนตรทั้งซ้ายขวา
ตุ๊กแกตกลงตรงพักตรา
คลานไปคลานมาก็สิ้นใจ
แม่โคขึ้นสัดผลัดโคตัวผู้
พิเคราะห์ดูหลากจิตคิดสงสัย
จะมีเหตุแม่นมั่นพรั่นพระทัย
ก็เลี้ยวไล่โคกลับเขาพารา ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

     ๏ร่าย ครั้นถึงขอบรั้วริมหัวป้อม
พระวิ่งอ้อมเลี้ยวลัดสกัดหน้า
ไล่เข้าคอกพลันมิทันช้า
เอาขี้หญ้าสุมควันกันริ้นยุง
ยืนลูบเนื้อตัวที่หัวบันได
แล้วเข้าในปรางค์รัตน์ผลัดผ้านุ่ง
ยุรยาตรเยื้องย่างมาข้างมุ้ง
เห็นกระบุงข้าวกล้องนั้นพร่องไป
ปลาสลิดในกระบายก็หายหมด
พระทรงยศแสนเสียดายน้ำลายไหล
กำลังหิวข้าวเศร้าเสียใจ
ก็เอนองค์ลงในที่ไสยา
กวักพระหัตถ์ตรัสเรียกมเหสี
เข้ามานี่พุ่มพวงดวงยี่หวา
วันนี้มีใครไปมา
ยังพาราเราบ้างฤๅอย่างไร ฯ ๘ คำ ฯ

     ๏ เมื่อนั้น
นางประแดะฟังความที่ถามไถ่
กราบทูลเยื้องยักกระอักกระไอ
ร้อนตัวกลัวภัยพระภูมี
ตั้งแต่พระเสด็จไปเลี้ยงวัว
น้องก็นอนซ่อนตัวอยู่ในที่
ไม่เห็นใครไปมายังธานี
จงทราบใต้เกศีพระราชา ฯ ๔ คำ ฯ

     ๏ เมื่อนั้น
ท้าวประดูได้ฟังให้กังขา
จึงซักไซ้ไล่เลียงกัลยา
ว่าไม่มีใครมาน่าแคลงใจ
ทั้งข้าวทั้งปลาของข้าหาย
เอายักย้ายขายซื้อฤๅไฉน
ฤๅลอบลักตักให้แก่ผู้ใด
จงบอกไปนะนางอย่าพรางกัน ฯ ๔ คำ ฯ

     ๏ เมื่อนั้น
นางประแดะตกใจอยู่ไหวหวั่น
ด้วยแรกเริ่มเดิมทูลพระทรงธรรม์
ว่าใครนั้นมิได้จะไปมา
ครั้นจะไม่ทูลความไปตามจริง
ก็เกรงกริ่งด้วยพิรุธมุสา
สารภาพกราบลงกับบาทา
วอนว่าอย่าโกรธจงโปรดปราน
วันนี้มีหน่อกระษัตรา
เที่ยวมาสีซอขอข้าวสาร
น้องเสียมิได้ก็ให้ทาน
สิ้นคำให้การแล้วผ่านฟ้า ฯ ๖ คำ ฯ

     ๏ เมื่อนั้น
ท้าวประดู่ได้ฟังนึกกังขา
ใครหนอหน่อเนื้อกระษัตรา
เที่ยวมาสีซอขอทาน
เห็นจะเป็นอ้ายระเด่นลันได
ที่ครอบครองกรุงใกล้เทวฐาน
มันเสแสร้างแกล้งทำมาขอทาน
จะคิดอ่านตัดเสบียงเอาเวียงชัย
จึงชี้หน้าว่าเหม่มเหสี
มึงนี้เหมือนหนอนที่บ่อนไส้
ขนเอาปลาข้าวให้เขาไป
วันนี้จะได้อะไรกิน
ถ้ามั่งมีศรีสุขก็ไม่ว่า
นี่สำเภาเลากาก็แตกสิ้น
แล้วมิหนำซ้ำตัวเป็นมลทิน
จะอยู่กินต่อไปให้คลางแคลง
เจ้าศรัทธาอาศัยอย่างไรกัน
ฤๅกระนี้กระนั้นก็ไม่แจ้ง
จะเลี้ยงไว้ไยเล่าเมื่อข้าวแพง
ฉวยชักพระแสงออกแกว่งไกว ฯ ๑๐ คำ ฯ

     ๏ เมื่อนั้น
นางประแดะเลี้ยวลอดกอดเอวได้
เหมือนเล่นงูกินหางไม่ห่างไกล
นึกประหวั่นพรั่นใจอยู่รัวรัว
โปรดก่อนผ่อนถามเอาความจริง
เมื่อชั่วแล้วแทงทิ้งเถิดทูนหัว
อันพระสามีเป็นที่กลัว
จะทำนอกใจผัวอย่าพึงคิด
พระหึงหวงมิได้ล่วงพระอาญา
ที่ให้ข้าวให้ปลานั้นข้าผิด
น้องนี้ทำชั่วเพราะมัวมิด
ทำไมกับชีวิตไม่เอื้อเฟื้อ
น้องมิได้ศรัทธาอาศัย
จะลุยน้ำดำไฟเสียให้เชื่อ
ไม่มีอาลัยแก่เลือดเนื้อ
แต่เงื้อเงื้อไว้เถิดอย่าเพ่อแทง ฯ ๘ คำ ฯ

     ๏ เมื่อนั้น
ท้าวประดูเดือดนักชักพระแสง
ถ้าบอกจริงให้กูอีหูแหว่ง
จะงดไว้ไม่แทงอย่างแย่งยุด
กูก็เคยเกี้ยวชู้รู้มารยา
มิใช่มึงโสดามหาอุด
มันเป็นถึงเพียงนี้ก็พิรุธ
ถึงดำน้ำร้อยผุดไม่เชื่อใจ
ยังจะท้าพิสูจน์รูดลอง
พ่อจะถองให้ยับจนตับไหล
เห็นว่ากูหลงรักแล้วหนักไป
เอออะไรนี่หวาน้ำหน้ามึง
หาเอาใหม่ให้ดีกว่านี้อีก
ผิดก็เสียเงินปลีกสองสลึง
กำลังกริ้วโกรธาหน้าตึง
ถีบผึงถูกตะโพกโขยกไป ฯ ๘ คำ ฯ โอด

     ๏โอ้ เมื่อนั้น
เมื่อนั้นนางประแดะเจ็บจุกลุกไม่ไหว
ค่อยยืนยันกะเผลกเขยกไป
เข้ายังครัวไฟร้องไห้โฮ
ร้อนดิ้นเร่าเร่าพ่อเจ้าเอ๋ย
ลูกไม่เคยโกหกพกโมโห
เสียแรงได้เป็นข้ามาแต่โซ
กลับพาโลโกรธาด่าตี
น้องก็ไร้ญาติวงศ์พงศา
หมายพึ่งบาทาพระโฉมศรี
โคตรแม่โคตรแม่ก็ไม่มี
อยู่ถึงเมืทองตานีเขาตีมา
ตะโพกโดกโดยเมียแทบคลาด
ถีบด้วยพระบาทดังชาติข้า
จะอยู่ไปไยเล่าไม่เข้ายา
ตายโหงตายห่าก็ตายไป ฯ ๘ คำ ฯ โอด

     ๏ร่าย เมื่อนั้น
ท้าวประดูได้ฟังดังเพลิงไหม้
ดูดู๋อีประแดะค่อนแคะได้
กลับมาด่าได้อีใจเพชร
เอาแต่คารมเข้าข่มกลบ
กูจะจิกหัวตบเสียให้เข็ด
ชะช่างโศกาน้ำตาเล็ด
กูรู้เช่นเห็นเท็จทุกสิ่งอัน ฯ ๔ คำ ฯ

     ๏ ว่าพลางทางคว้าได้พร้าโต้
ดุด่าตาโตเท่ากำปั้น
ผลักประตูครัวไฟเข้าไปพลัน
นางประแดะยืนยันลั่นกลอนไว้
ผลักไปผลักมาอยู่เป็นครู่
จะเข้าไปในประตูให้จงได้
กระทืบฟากโครมครามความแค้นใจ
อึกทึกทั่วไปในพารา ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

     ๏ บัดนั้น
พวกหัวไม้กระดูกผีขี้ข้า
บ่อนเลิกกินเหล้าเมากลับมา
ได้ยินเสียงเถียงด่ากันอื้ออึง
จึงหยุดนั่งขั้างนอกริมคอกวัว
ว่าเมียผัวคู่นี้มันขี้หึง
พอพลบค่ำราตรีตีตะบึง
อึงคะนึงนักหนาน่าขัดใจ
แล้วคว้าก้อนอิฐปาเข้าฝาโผง
ตกถูกโอ่งปาล้อแลหม้อไห
พลางตบมือร้องเยยเผยไยไย
แล้ววิ่งไปทางตะพานบ้านตะนาว ฯ ๖ คำ ฯ รัว

     ๏ เมื่อนั้น
ท้าวประดู่ตาพองร้องบอกกล่าว
หยิบงอบครอบหัวตัวสั่นท้าว
อ้ายพ่อเจ้าชาวบ้านวานช่วยกัน
วัวน้ำวัวหลวงกูได้เลี้ยง
อิฐมาเปรี้ยงเปรี้ยงเสียงสนั่น
สาเหตุมีมาแต่กลางวัน
คงได้เล่นเห็นกันอ้ายลันได
ทั้งนี้เพราะอีมะเหเสือ
จะกินเลือดกินเนื้อกูให้ได้
ขว้างวังครั้งนี้ไม่มีใคร
ชู้มึงฤๅมิใช่อีมารยา
พระฉวยได้ไม้ยุงปัดกวัดแกว่ง
สำคัญว่าพระแสงขึ้นเงื้อง่า
เลี้ยวไล่ฟาดฟันกัลยา
วิ่งมาวิ่งไปอยู่ในครัว ฯ ๘ คำ ฯ

     ๏สับไทย เหม่เหม่ดูดู๋อีประแดง
ที่นี้แหละเห็นประจักษ์ว่ารักผัว
หากกูรู้ตัว
หัวไม่แตกแตน
ขว้างแล้วหนีไป
มิได้ตอบแทน
ยิ่งคิดยิ่งแค้น
เลี้ยวแล่นไล่ตี ฯ ๔ คำ ฯ

     ๏รื้อ ทรงเอยทรงกระบอก
น้องไม่เห็นด้วยดอกพระโฉมศรี
ปาวังครั้งนี้
มิใช่ชู้น้อง
สืบสมดังว่า
สัญญาให้ถอง
วิ่งพลางทางร้อง
ตีน้องทำไม ฯ ๔ คำ ฯ

     ๏ เหลือเอยเหลือเถน
ขัดเขมรขบฟันมันไส้
ปรานีมึงไย
ใครใช้มีชู้
ไม่เลี้ยงเป็นเมีย
ไปเสียอย่าอยู่
รั้ววังของกู
ปิดประตูตีแมว ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

     ๏ โอ้ เมื่อนั้น
นางประแดะเหนื่อยอ่อนลงนอนแล้ว
ยกมือท่วมหัวลูกกลัวแล้ว
กอดก้นผัวแก้วเข้าคร่ำครวญ ฯ 2 คำฯ

     ๏โอ้ โอ้พระยอดตองของน้อยเอ๋ย
กระไรเลยช่างสลัดตัดเด็ดด้วน
แม้นชั่วช้าจริงจังก็บังควร
พ่อมาด่วนมุทะลุดุดันไป
จงตีแต่พอหลาบปราบพอจำ
จะเฝ้าเวียนเฆี่ยนซ้ำไปถึงไหน
งดโทษโปรดเถิดพระภูวไนย
น้องยังไม่เคยไกลพระบาทา
ถึงไม่เลี้ยงเป็นพระมเหสี
จะขอพึ่งบารมีเป็นขี้ข้า
ไม่ถือว่าเป็นผัวเพราะชั่วช้า
จะก้มหน้าเป็นทาสกวาดขี้วัว
สิบคนเข้าไม่เท่าคนหนึ่งออก
อยู่กับคอกช่วยใช้พ่อทูนหัว
ร่ำพลางทางทุ่มทอดตัว
ตีอกชกหัวแล้วโศกา ฯ ๘ คำ ฯ โอด

     ๏ร่าย เมื่อนั้น
ท้าวประดู่ได้ฟังนางร่ำว่า
ให้นึกสมเพชเวทนา
น้ำตาไหลนองสักสองครุ
หวนรำลึกนึกถึงอ้ายลันได
กลับเจ็บใจไม่เหือดเดือดดุ
โมโหมืดหน้าบ้ามุทะลุ
กระดูกผุเมื่อไรก็ไม่ลืม
กูไม่อยากเอาไว้ใช้สอย
นึกว่าปล่อยสิงห์สัตว์วัดสามปลื้ม
แต่ชั้นทอผ้ายังคาฟืม
ดีแต่ยืมเขากินอีสิ้นอาย
แม่เรือนเช่นนี้มิเป็นผล
มันจะลวงล้วงก้นกินจนฉิบหาย
ไปเสียมึงไปไม่เสียดาย
กูจะเป็นพ่อหม้ายสบายใจ
สาวสาวชาววังก็ยังถม
ไม่ปรารมภ์ปรารี้จะมีใหม่
เก็บเงินค่านมผสมไว้
หาไหนหาได้ไม่ทุกข์ร้อน ฯ ๑๐ คำ ฯ

     ๏ เมื่อนั้น
นางประแดะหูกลวงดวงสมร
สุดที่จะพรากจากจร
บังอรข้อนทรวงเข้าร่ำไร ฯ ๒ คำ ฯ

     ๏โอ้ โอ้พ่อใจบุญของเมียเอ๋ย
แปดค่ำพ่อเคยเชือดคอไก่
ต้มปลาร้าตั้งหม้อกับหน่อไม้
เมียยังอาลัยได้อยู่กิน
เพราะเคยรีดนมวัวให้เมียขาย
แม้สายที่ยังไม่หมดสิ้น
เหลือติดก้นกระบอกเอาจอกริน
ให้เมียกินวันละนิดคิดทุกวัน
แต่พอพลบรบเมียเข้ากระท่อม
พ่อนั่งกล่อมจนหลับแล้วรับขวัญ
ในมุ้งยุงชุมพ่อสุมควัน
สารพันทรงศักดิ์จะรักเมีย
จะกินอยู่พูวายสบายใจ
พ่อมอบไว้ให้วันละสิบเบี้ย
อกน้องดังไฟไหม้ลามเลีย
จะทิ้งเมียเสียได้ไม่ไยดี
เที่ยงนางกลางคืนพ่อทูนหัว
จะให้ออกนอกรั้วลูกกลัวผี
ก้นไต้ก้นไฟก็ไม่มี
ผัดรุ่งพรุ่งนี้เถิดพ่อคุณ
ถึงจะไม่ได้อยู่บนตำหนัก
ขอพึ่งพักอาศัยเพียงใต้ถุน
ยกโทษโปรดเถิดพ่อใจบุญ
เสียแรงได้เลี้ยงขุนมีคุณมา ฯ ๑๒ คำ ฯ

     ๏ร่าย เมื่อนั้น
ท้าวประดู่ได้ฟังชังน้ำหน้า
น้อยฤๅอีขี้เค้าเจ้าน้ำตา
ยังจะร่ำไรว่ากวนใจกู
เมินเสียเถิดหวาอีหน้ารุ้ง
อย่าพูดอยู่ข้างมุ้งรำคาญหู
ไสหัวมึงออกนอกประตู
ขืนอยู่ช้าไปได้เล่นกัน
ว่าพลางปิดบานทวารโผง
เบ้าในห้องท้องพระโรงขมีขมัน
ยกหม้อตุ้งก่าออกมาพลัน
พระทรงศักดิ์ชักควันโขมงไป ฯ ๖ คำ ฯ

     ๏ เมื่อนั้น
นางประแดะทุกข์ร้อนถอนใจใหญ่
แล้วข่มขืนกลืนกลั้นชลนัยน์
จะอยู่ไปไยเล่าไม่เข้าการ
แต่ทุบตีมิหนำแล้วซ้ำขับ
ให้อายอับเพื่อนรั้วหัวบ้าน
เช้าค่ำร่ำว่าด่าประจา
ใครจะทานทนได้ในฝีมือ
กูจะหาผัวใหม่ให้ได้ดี
เอาโยคีกินไฟไม่ได้ฤๅ
ไหนไหนชาวเมืองก็เลื่องฦๅ
อึงอื้ออับอายขายพักตรา
คว้าถุงเบี้ยได้ใส่กระจาด
ฉวยผ้าแพรขาดขึ้นพาดบ่า
ลงจากบันไดไคลคลา
น้ำตาคลอคลอจรลี ฯ ๘ คำ ฯ ทยอย

     ๏โอ้ร่าย ครั้นมาพ้นคอกวัวรั้วตราง
เหลียวหลังดูปรางค์ปราสาทศรี
เคยได้ค้างกายมาหลายปี
ครั้งนี้ตกยากจะจากไป
หยุดยืนสะอื้นอยู่อืดอืด
เดือนก็มืดเต็มทีไม่มีไต้
ฝนตกพรำพรำทำอย่างไร
ก็หยุดยืนร้องไห้อยู่ที่ร้าน ฯ ๔ คำ ฯ โอด

     ๏ช้า เมื่อนั้น
โฉระเด่นลันไดใจหาญ
ครั้นพลบค่ำเข็นบันไดไว้นอกชาน
ยกเชิงกรานสุมไฟใส่ฟืนตอง
แล้วเอนองค์ลงเหนือเสื่อกระจูด
นอนนิ่งกลิ้งทูดอยู่ในห้อง
เสนาะเสียงสำเนียงพิราบร้อง
ครางกระหึมครึ้มก้องบนกลทู
แว่วแว่วเค้าแมวในกลีบเมฆ
ดูวิเวกลงหลังคาเที่ยวหาหนู
พระเผยบัญชรแลชะแง้ดู
ดาวเดือนรุบรู่ไม่เห็นตัว
พระพายชายพัดอุตพิด
พระทรงฤทธิ์เต็มกลั้นจนสั่นหัว
หอมชื่นดอกอัญชัญที่คันรั้ว
ฟุ้งตลบอบทั่วทั้งวังใน ฯ ๘ คำ ฯ
๏ร่าย หวนรำลึกนึกถึงนางประแดะ
ที่นัดแนะแต่เย็นเป็นไฉน
ดึกแล้วแก้วตาเห็นช้าไป
จะร้องไห้รำพึงถึงพี่ชาย
จำจะไปให้ทันดังสัญญา
ได้ย่องเบาเข้าหานางโฉมฉาย
จึงอาบน้ำทาแป้งแต่งกาย
สวมประคำดีควายสำหรับตัว
แหงนดูฤกษ์บนฝนพยับ
เดือนดับลับเมฆขมุกขมัว
ลงบันไดเดินออกมานอกรั้ว
โพกหัวกลัวอิฐคิดระอา
หลายครั้งตั้งแต่มันทิ้งกู
พระโฉมตรูเหลือบซ้ายแลขวา
แล้วพวดแผลงสำแดงเดชา
เดินมาตามตรอกซอกกำแพง ฯ ๘ คำ ฯ เชิด
๏ ประเดี๋ยวหนึ่งก็ถึงคอกโคขัง
จะเข้าได้ดอกกระมังยังไม่แจ้ง
เห็นกองไฟใส่สุมอยู่แดงแดง
แอบแผงฟังอยู่ดูท่าทาง
เห็นทีท้าวประดู่ผู้ผัว
จะนอนเฝ้าวัวอยู่ข้างล่าง
แต่โฉมศรีนิฤมลอยู่บนปรางค์
กูจะขึ้นหานางทางล่องแมว
จึงกลิ้งครกที่ใต้ถุนเข้าหนุนตีน
พระโฉมฉายป่ายปีนอยู่แด่วแด่ว
อกใจไม้ครูดขูดเป็นแนว
จะเห็นรักบ้างแล้วฤๅแก้วตา
พระประหวั่นพรั่นตัวกลัวจะตก
ทำหนูกกเจาะเจาะเกาะข้างฝา
ไฉนไม่คอยกันดังสัญญา
อนิจจานอนได้ไม่คอยรับ ฯ ๘ คำ ฯ
๏ เมื่อนั้น
ท้าวประดู่สุริย์วงศ์โก้งโค้งหลับ
พอปราสาทสะเทือนไหวตกใจวับ
ลุกขยับนิ่งฟังนั่งหลับตา
คิดว่ามเหสีที่ถูกถอง
แสบท้องหายโกรธเข้ามาหา
ให้นึกสมเพชเวทนา
สู้ทนทานด้านหน้ามาง้องอน
จะขับหนีตีไล่ไม่ไปจาก
อีร่วมเรือนเพื่อนยากมาแต่ก่อน
แล้วคลี่ผ้าคลุมหัวล้มตัวนอน
พระภูธรทำเฉยเลยหลับไป ฯ ๖ คำ ฯ
๏ เมื่อนั้น
ลันไดล้วงสลักชักกลอนได้
เปิดประตูเยื้องย่องเข้าห้องใน
เข้านั่งใกล้ในจิตคิดว่านาง
สมพาสยักษ์ลักหลับขึ้นทับบน
ท้าวประดู่เต็มทนอยู่ข้างล่าง
พระสร้วมสอดกอดไว้มิได้วาง
ช้อนคางพลางจูบแล้วลูบคลำ ฯ ๔ คำ ฯ
๏ เมื่อนั้น
ท้าวประดู่ผุดลุกขึ้นปลุกปล้ำ
ตกใจเต็มทีว่าผีอำ
ต่างคนต่างคลำกันวุ่นไป
เอ๊ะจริตผิดแล้วมิใช่ผี
จะว่าพระมเหสีก็มิใช่
ขนอกรกหนักทักว่าใคร
ตกใจฉวยตระบองร้องว่าคน
ลันไดโดดโผนโดนประตู
ท้าวประดู่ร้องโวยขโมยปล้น
ตะโกนเรียกเสนาสามนต์
มันไม่มีสักคนก็จนใจ
ระเด่นโดดโลดออกมานอกรั้ว
ผิดตัวแล้วกูอยู่ไม่ได้
ก็ผาดแผลงสำแดงฤทธิไกร
วิ่งไปตามกำลังไม่รั้งรอ ฯ ๘ คำ ฯ
๏ หมาหมูกรูไล่ไม่มีขวัญ
ปล่อยชันสามขาเหมือนม้าห้อ
เต็มประดาหน้ามืดหืดขึ้นคอ
ต้องหยุดยั้งรั้งรอมาตามทาง
ถึงโดยจะไล่ก็ไม่ทัน
ผิดนักสู้มันแต่ห่างห่าง
พอแว่วสำเนียงเหมือนเสียงคราง
อยู่ในร้านริมข้างหนทางจร
เอ๊ะผีฤๅคนขนลุกซ่า
พระหัตถ์คว้าฉวยอิฐได้สองก้อน
หยักรั้งตั้งท่าจะราญรอน
นี่หลอกหลอนเล่นข้าฤๅว่าไร
ครั้นได้ยินเสียงชัดเป็นสัตรี
จะลองฤทธิ์สักทีหาหนีไม่
กำหมัดเยื้องย่องมองเข้าไป
แก่สาวคราวไหนจะใคร่รู้ ฯ ๘ คำ ฯ
๏ เมื่อนั้น
นางประแดะนั่งซุ่มคลุมหัวอยู่
สาละวนโศกาน้ำตาพรู
เห็นคนย่องมองดูก็ตกใจ
พอฟ้าแลบแปลบช่วงดวงพักตร์
เห็นระเด่นรู้จักก็จำได้
ทั้งสองข้างถ้อยทีดีใจ
ทรามวัยกราบก้มบังคมคัล ฯ ๔ คำ ฯ
๏ เมื่อนั้น
ระเด่นเห็นนางพลางรับขวัญ
นังลงซักไซ้ไล่เลียงกัน
ไฉนนั่นกัลยามาโศกี
พี่หลงขึ้นไปหานิจจาเอ๋ย
ไม่รู้เลยน้องแก้วแคล้วกับพี่
พี่ไปพบท้าวประดู่ผู้สามี
เกิดอึงมี่ตึงตังทั้งพารา
มันจะกลับจับพี่เป็นผู้ร้าย
จะฆ่าเสียให้ตายก็ขายหน้า
เขาจะค่อนติฉินนินทา
อดสูเทวาสุราลัย
จะเอาเมียแล้วมิหนำซ้ำฆ่าผัว
คิดกลัวบาปกรรมไม่ทำได้
พี่ขอถามสาวน้อยกลอยใจ
เป็นไฉนกัลยามาโศกี ฯ ๘ คำ ฯ
๏ เมื่อนั้น
นางประแดะดวงยี่หวามารศรี
สะอื้นพลางทางทูลไปทันที
ทั้งนี้เพราะกรรมได้ทำไว้
ครั้งนี้มิชั่วก็เหมือนชั่ว
นางตีอกชกหัวแล้วร้องไห้
ยังจะกลับมาเยาะนี่เพราะใคร
ดูแต่หลังไหล่เถิดพ่อคุณ
เขาขับหนีตีไล่ไสหัวส่ง
เพราะพระองค์ทำความจึงวามวุ่น
แต่รอดมาได้เห็นก็เป็นบุญ
อย่าอยู่เลยพ่อคุณเขาตีตาย ฯ ๖ คำ ฯ
๏ เมื่อนั้น
ลันไดได้ฟังนางโฉมฉาย
เขม้นมองดูหลังยังไม่ลาย
พระจูบซ้ายจูบขวาห้าหกที
เอาพระหัตถ์ช้อนคางแล้วพลางปลอบ
อย่าพะอืดพะออบเลยโฉมศรี
จะละห้อยน้อยใจไปไยมี
บุญพี่กับนางได้สร้างมา
อันระตู่ฤๅจะคู่กับนางอนงค์
มิใช่วงศ์อสัญแดหวา
โฉมเฉลาเจ้าเหมือนบุษบา
จรกาฤๅจะควรกับนวลน้อง
ถ้าเป็นระเด่นเหมือนเช่นพี่
จึงควรที่ร่วมภิรมย์ประสมสอง
ตรัสพลางทางชวนนวลละออง
เยื้องย่องนำหน้าพานางเดินฯ ๘ คำ ฯ
๏ ครั้นถึงจึงขึ้นบนตำหนัก
ตงหักกลัวจะตกงกเงิ่น
ค่อยพยุงจูงนางย่างดำเนิน
ชวนเชิญโฉมเฉลาเข้าที่นอน
ลดองค์ลงเหลือที่ไสยาสน์
พระภู่ปูลาดขาดสองท่อน
แล้วจึงมีมธุรรสสุนทร
อ้อนวอนโฉมเฉลาให้เข้ามุ้ง ฯ ๔ คำ ฯ
๏โอ้โลม โฉมเอยโฉมเฉิด
เอนหลังบ้างเถิดจวนจะรุ่ง
เสียแรงพี่รักเจ้าเท่ากระบุง
จะไปนั่งทนยุงอยู่ทำไม
เชิญมาร่วมเรียงเคียงเขนย
อย่าทุกข์เลยที่จะหามาเลี้ยงให้
เรามั่งมีศรีสุขทุกข์อะไร
เงินทองถมไปที่ในคลัง
แต่ข้าวสารให้ทานพี่นี้ฤๅ
ไม่พักซื้อได้ขายเสียหลายถัง
ทั้งปลาแห้งปลาทูปูลัง
เสบียงกรังมีมากไม่ยากจน
ขี้ครานขายนมวัวเหมือนผัวเจ้า
พี่ได้เปล่าสารพัดไม่ขัดสน
จงนั่งกินนอนกินสิ้นกังวล
พี่จะขวนขวายหาเอามาเลี้ยง
ว่าพลางทางตระโบมโลมเล้า
อะไรเล่าฮึดฮัดเฝ้าฟัดเหวี่ยง
อุแม่เอ๋ยมิให้เข้าใกล้เคียง
จะตกเตียงลงไปแล้วแก้วกลอยใจ ฯ ๑๐ คำ ฯ
๏ร่าย เมื่อนั้น
นางประแดะคลุ้มคลั่งผินหลังให้
ถอยถดขยดหนีภูวไนย
นี่อะไรน่าเกลียดเบียดคะยิก
ลูกผัวหัวท้ายเขาไม่ขาด
ทำประมาทเปล่าเปล่าเฝ้าหยุกหยิก
ปัดกรค้อนควักผลักพลิก
อย่าจุกจิกกวนใจไม่สบาย
อย่าพักอวดสมบัติพัสถาน
ไม่ต้องการดอกจะสู้อยู่เป็นหม้าย
หนีศึกปะเสือเบื่อจะตาย
เฝ้ากอดก่ายไปได้ไม่ละวาง ฯ ๖ คำ ฯ
๏ชาตรี สุดเอยสุดลิ่ม
เชิญผินหน้ามายิ้มกับพี่บ้าง
เฝ้าถือโทษโกรธเกรี้ยวไปเจียวนาง
ไม่เห็นอกพี่บ้างที่อย่างนั้น
เหมือนน้ำอ้อยใกล้มดใครอดได้
พี่ก็ไม่มีคู่ตุนาหงัน
ตั้งแต่นวดปวดท้องมาสองวัน
ใครจะกลั้นอดทนพ้นกำลัง
ทำไมกับลูกผัวกลัวมันไย
ผิดก็เสียสินไหมให้ห้าชั่ง
จูบเชื่อเสียก็ได้แล้วไม่ฟัง
ลูบหน้าลูบหลังนั่งแอบอิง
น้อยฤๅนมแต่ละข้างช่างครัดเคร่ง
ปลั่งเปล่งใจหายคล้ายกล้วยปิ้ง
อุ้มขึ้นใส่ตักรักจริงจริง
อย่าสะบิ้งสะบัดตัดไมตรี
ยิ่งดิ้นยิ่งกอดสอดสัมผัส
อุยหน่าอ่ากัดพระหัตถ์พี่
ปัดป้องว่องไวอยู่ในที
จนล้มกลิ้งลงบนที่บรรทมใน
อัศจรรย์ลั่นพิลึกกึกก้อง
ฟ้าร้องครั่นครื้นดังปืนใหญ่
เกิดพายุโยนยวบสวบสาบไป
หลังคาพาไลแทบเปิดเปิง
ฝนตกห่าใหญ่ใส่ซู่ซู่
ท่วมคูท่วมหนองออกนองเจิ่ง
คางคกขึ้นกระโดดโลดลองเชิง
อึ่งอ่างเริงร่าร้องแล้วพองคอ
นกกระจอกออกจากวิมานมะพร้าว
ต้องฝนทนหนาวอยู่งอนหง่อ
ขนคางหางปีกเปียกจนมอซอ
ฝนก็พอขาดเม็ดเสร็จบันดาล ฯ ๑๖ คำ ฯ โลม
๏ช้า เมื่อนั้น
นางประแดะหูกลวงห่วงสงสาร
ได้ร่วมรักชักเชยก็ชื่นบาน
เยาวมาลย์หมอบเมียงเคียงกาย
แล้วเชิญหม้อตุ้งก่าออกมาตั้ง
นางนั่งเป่าชุดจุดถวาย
ทรงศักดิ์ชักพลางทางยิ้มพราย
โฉมฉายขวั้นอ้อยคอยแก้คอ
ถูกเข้าสามจะหลิ่มยิ้มแหยะ
นางประแดะสรวลสันต์กลั้นหัวร่อ
พระโฉมยงทรงขับรับเพลงซอ
ฉลองหอทรงธรรม์แล้วบรรทม ฯ ๖ คำ ฯ ตระ
๏ช้า มาจะกล่าวบทไป
ถึงนางกระแอทวายขายขนม
เจ้าเงินโปรดปรานพานอุดม
นุ่งห่มผืนผ้าค่าบาทเฟื้อง
ผูกดอกออกจากฟากเรือนนาย
ลดเลี้ยวเที่ยวขายข้าวเหนียวเหลือง
ตามตลาดเสาชิงช้ามาเนืองเนือง
ปลดเปลื้องเฟื้องไพได้ทุกวัน
กับโฉมยงองค์ระเด่นลันได
รักใคร่กันอยู่ก่อนเคยผ่อนผัน
เชื่อถือซื้อขายเป็นนิรันดร์
เว้นวันสองวันหมั่นไปมา ฯ ๖ คำ ฯ
๏ร่าย วันเอยวันหนึ่ง
คิดถึงลันไดจะไปหา
นึ่งข้าวเหนียวใส่กระจาดยาตรา
ตรงมาหาชู้คู่ชมเชย
เที่ยวเตร็ดเตร่เร่ร้องแล้วท่องเที่ยว
ซื้อข้าวเหนียวหน้ากุ้งกินแม่เอ๋ย
ที่รู้จักทักถามกันตามเคย
บ้างเยาะเย้ยหยอกยื้อซื้อหากัน
พอเวลาตลาดวายสายแสง
กระเดียวดตระแกรงกรีดกรายผายผัน
ทอดกรอ่อนคอจรจรัล
มาปราสาทสุวรรณเจ้าลันได ฯ ๖ คำ ฯ เพลงช้า
๏ ครั้นถึงจึงขึ้นบนนอกชาน
เห็นทวารบานปิดคิดสงสัย
ทั้งเสียงคนพูดกันอยู่ชั้นใน
ทรามวัยแหวกช่องมองดู
เห็นโฉมยงองค์ประแดะกับระเด่น
คลี่ผ้าหาเล็นกันง่วนอยู่
โมโหมืดหน้าน้ำตาพรู
ดังหัวหูจะแยกแตกทำลาย
นี่เมียอ้ายประดู่อยู่หัวป้อม
ไยมิยมอยินยอมกันง่ายง่าย
ทั้งสี่จักรยักหล่มถ่มร้าย
มันจะให้ฉิบหายขายตน
ชิชะเตจ้าระเด่นพึ่งเห็นฤทธิ์
แต่ผ้านุ่งยังไม่มิดจะปิดก้น
จองหองสองเมียจะเสียคน
คิด่ายากจนเฝ้าปรปรือ
จึงแกล้งเรียกพลันเจ้าลันได
ค่าข้าวเหนียวสองไพไม่ให้ฤๅ
ผ่อนัดนัดหมายมาหลายมื้อ
แม่จะยื้อให้อายขายหน้าเมีย ฯ ๑๐ คำ ฯ
๏ เมื่อนั้น
โฉมระเด่นลันไดแรกได้เสีย
กำลังนั่งเคล้าเฝ้าคลอเคลีย
ชมโฉมโลมเมียอยู่ริมมุ้ง
ยกบาทพาดเพลาเกาสีข้าง
สัพยอกหยอกนางอย่างลิงถุง
แล้วยื่นมือมาจี้เข้าที่พุง
นางสะดุ้งดุกดิกพลิกตะแคง
เขาจะนอนดีดีเฝ้าจี้ไช
ช่างกระไรหน้าเป็นเอ็นแข็ง
จะนิ่งอยู่สักประเดี๋ยวทำเรี่ยวแรง
มาแหย่แย่งกวนใจไปทีเดียว
พอระเด่นได้ยินเสียงเรียกหา
ก็รู้ว่าชู้เก่าเจ้าข้าวเหนียว
จึงร้องว่าใครนั่นขันจริงเจียว
จะมาเที่ยวจัณฑาลพาลเอาความ
ค่าข้าวเหนียวสองไพข้าให้แล้ว
มาทำเสียงแจ้วแจ้วไม่เกรงขาม
ไม่ได้ติดค้างมาอย่าวู่วาม
ลุกลามสิ้นทีมีแต่อึง ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา
๏ เมื่อนั้น
นางทวายยิ่งพิโรธโกรธขึ้ง
ยืนกระทืบนอกชานอยู่ตึงตึง
หวงหึงด่าว่าท้ายทาย
นี่แน่อ้ายสำเร็จเจ็ดคุก
มาลืมคุณข้าวสุกเสียง่ายง่าย
กูเชื่อหน้าคิดว่าลูกผู้ชาย
จึงสู้ขายติดค้างยังไม่รับ
ช่างโกหกพกลมประสมประสาน
จะประจานเสียให้สมที่สับปลับ
แต่เบี้ยติดสองไพยังไม่รับ
กูสิ้นนับถือแล้วอ้ายลันได ฯ 6 คำฯ

     ๏ เมื่อนั้น
ระเด่นตอบตามอัชฌาสัย
เขาขี้คร้านพูดจาอย่าหนักไป
ข้ารู้ใจเจ้าดอกกัลยา
เจ้าพิโรธโกรธขึ้ง เพราะหึงหวง
จึงจาบจ้วงล่วงเกินเป็นหนักหนา
ข้าผิดแล้วกลอยใจได้เมตตา
เชิญเข้าเคหาปรึกษากัน ฯ ๔ คำ ฯ
 


noopai_bsru@hotmail.com (IP:58.11.30.146)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 16 พ.ค. 2553 (02:28)
.00
... (IP:114.128.72.109)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 23 พ.ค. 2553 (13:03)
ช่วยถอดคำประพันธ์

บทนมัสการอาจริยคุณ
minta (IP:125.26.123.76)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 21 มิ.ย. 2553 (23:05)
ช่วยแปล บท

ครั้นถึงจึงไปแจ้งกิจจา แก่ปาเตะเสนาผู้ใหญ่
เล่าความแต่ต้นจนปลายไป โดยได้เห็นสิ้นทุกสิ่งอัน
------------------------------
บัดนั้น ปาเตะตกใจไหวหวั่น
ใจดเอาถ้อยคำสำคัญ แล้ผายผันเข้าพระโรงรจนา
------------------------------
จึงก้มเกล้าประณตบทบงสุ์ ทูลพระองค์ทรงพิภพดาหา
ว่าไพรีตีเมืองล่วงมา รี้พลโยธามากมาย
ม้ารถคชกรรม์ครั่นคื้น ดีงเสียงคลื่นในสมุทรไม่ขาดลาย
บัดนี้มาตั้งอยู่เนินทราย ที่ชายทุ่งกับป่าต่อกัน
------------------------------

รบกวน ช่วยแปล ทั้ง3บท นี้ให้ทีค่ะ

รบกวนช่วยที่ น๊า >
natani (IP:183.89.27.156)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 14 พ.ย. 2553 (15:05)
อิอิ ผมไม่ได้ท่องเลยได้คัด 500 จบเหนื่อยๆ
sneijder (IP:223.206.108.164)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 18 ก.ค. 2554 (14:03)
ช่วยถอดบทประพันธ์นี้ให้หน่อยได้ไหมคะ ขอบคุณคะ

ฤารยมให้ชู้พราก กนนเพรง ก่อนฤา
กรรมแบ่งเอาอกมา ด่งงนี้
เวรานุเวรของ พระบอก บารา
ผิดชอบใช้นี้หน้า สู่สํสองสํ ฯ

ตนดยวมาจากเจ้า เจบอก อ่อนเออย
เรือกลอกกลางวงงใจ ขาดขว้ำ
จากนางยิ่งตนตก เมรุมาศ
รลอกล้ำฟ้าซ้ำ ซ่านดิน ฯ
athena_ja1@hotmail.com (IP:223.207.96.166)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม